แต่งหน้าสวยเป๊ะ แค่ 15 นาที ก็เสร็จ ด้วยเทคนิคนี้!

สาวๆ บ้านไกล เวลาน้อย การทำทุกอย่างแข่งกับเวลาคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ใครอยาก แต่งหน้า ให้ได้ลุคสวยเป๊ะ แต่มีเวลาจำกัดไม่ต้องวิตกไป เพราะแมรี

แคลร์รวบรวม 4 ลุคสุดปัง พร้อมเทคนิคมาให้ทำตามได้ง่ายๆ ขอ 15

นาทีเท่านั้น รับรองไม่มีใครจับได้ว่าคุณตื่นสายจนหมดเวลา แต่งหน้า

ตอนเช้าๆ!

ลุคแรกที่แต่งแล้วรอดได้ไม่ยาก คือการเน้นงานผิวที่ดูสุขภาพดี

ดูเปล่งประกายฉ่ำน้ำเหมือนสาวเกาหลีในซีรีส์เรื่องดัง ได้ลุคสวยใสเบาๆ

เหมาะกับวันทำงานทั่วไป เพิ่มสีสันเล็กน้อยพอให้ดูสดชื่นเป็นพอ

 

5 นาทีแรก

ใช้รองพื้น หรือบีบีครีมรูปแบบคุชั่นเพื่อประหยัดเวลา

โดยเลือกรุ่นที่ให้ผลลัพธ์เป็นผิวค่อนข้างแมตต์จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเซตด้วยแป้งซ้ำอีกครั้ง

Tips : หากไม่มั่นใจกับรอยแดงจากสิว

ให้ใช้คอร์เร็กเตอร์ในโทนสีเขียวก่อนลงคุชั่น

เพราะสีเขียวจะช่วยอำพรางรอยแดงให้ดูจางลงจนแทบมองไม่ออกว่ามีร่องรอยสิวมาคอยกวนใจ

 

5 นาทีถัดมา

เพิ่มความสดใสให้ดวงตาด้วยอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลประกายทองผสมเนื้อชิมเมอร์นิดๆ

ลงทั่วเปลือกตาแล้วจึงเกลี่ยให้เรียบเนียน ลุคนี้ขอให้ข้ามอายไลเนอร์ไป

และเน้นปัดมาสคาร่าแค่พอให้ดวงตาดูเด่นชัดขึ้น

Tips : เลือกอายแชโดว์ เนื้อครีมเพื่อให้เกลี่ยได้ง่ายและรวดเร็ว ผิวสัมผัสที่ดูเหมือนกลอสนิดๆ จะช่วย เพิ่มความสดใสและสดชื่นขึ้น

 

5 นาทีสุดท้าย

ปัดแก้มด้วยสีนู้ดธรรมชาติ แล้วลงลิปสติกโทนสีชมพูช็อกกิ้งพิ้งก์

โดยเลือกใช้ลิปทินต์ลงให้ทั่วริมฝีปาก

เพื่อให้สีเด่นชัดและเพิ่มความติดทนนาน

Tips : เลือกลิปสติกที่เป็นเนื้อครีมนิดๆ

เพื่อให้ริมฝีปากยังคงความชุ่มชื้น เกลี่ยขอบปากด้วยนิ้วมือให้ดูเบลอๆ

จะได้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์กว่าการเขียนขอบปากแบบเห็นเป็นเส้นชัด

 

Recommended Items : คุชั่นสูตรควบคุมความมัน BB

Cushion Pore Control (1,500 บาท) จาก Laneige, คอร์เร็กเตอร์ Correct

Click สี Green (830 บาท) จาก Cover Fx, อายแชโดว์เนื้อครีม Lid Lingerie

สี 12 (265 บาท) จาก Nyx, ลิปทินต์ Highlight Lip Tint สี Purple Motion

(450 บาท) จาก Mamonde

 

ฤดูที่นำพาสีส้มและสีแดงสุดเย้ายวนกลับมาอีกครั้ง

จุดสนใจทั้งหมดอยู่ที่การเลือกใช้สีที่ผสานความเร่าร้อนกับความเยือกเย็นไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

ทำตามได้ไม่ยาก แถมยังนำสมัยสุดๆ ขอให้ลอง

 

5 นาทีแรก

ลงรองพื้นสูตรเพิ่มความเปล่งประกายให้กับผิว โดยใช้ฟองน้ำหมาดๆ

เป็นอุปกรณ์ช่วยให้การเบลนด์รองพื้นเรียบเนียน ได้ผิวดู อิ่มน้ำ

แลดูสุขภาพดี

Tips : ลุคนี้ต้องการผิวที่ดูฉ่ำกว่าทุกลุค การใช้ฟองน้ำหมาดๆ จะช่วยให้ผิวดูใส แถมเกลี่ยได้รวดเร็ว แบบเต็มแมกซ์

 

5 นาทีถัดมา

เลือกใช้อายแชโดว์เนื้อครีมประกายสีแดงหรือสีส้มอ่อนๆ

เป็นเบสทั่วเปลือกตา แล้วลงอายแชโดว์เนื้อฝุ่นสีแชมเปญทับอีกครั้ง

เพื่อให้สีดูไม่จัดจ้านเกินไปสำหรับเวลากลางวัน

ปิดท้ายด้วยอายไลเนอร์เส้นบางเป็นอันจบ

Tips : หากไม่มีอายแชโดว์เนื้อครีมให้ลงไพรเมอร์สำหรับเปลือกตาเพื่อให้สียิ่งเด่นชัดและติดทน

 

5 นาทีสุดท้าย

สำหรับวันทำงาน ลิปสติกสีน้ำตาลนู้ดดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุด

แต่ถ้าตอนเย็นมีนัดขอให้ลองออกจากโซนปลอดภัยมาเติมลิปสติกที่สีสดขึ้น เช่น

สีน้ำตาลเข้มเนื้อแมตต์ จะได้ลุคสวยคมพร้อมปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง

Tips : แนะนำให้เลือกลิปสติกสูตรลิควิดและวาดเกินเส้นขอบปากจริงออกมานิดๆ ให้ริมฝีปากยิ่งดูอวบอิ่ม น่ามอง

 

Recommended Items : อายแชโดว์ Illusion d?Ombre Rouge Brule (1,320

บาท) จาก Chanel, รองพื้นสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น Water Blend (30 ml. 1,850

บาท) จาก Make Up For ever, พาเลตต์อายแชโดว์ Eye Color Quad สี Golden Age

(1,700 บาท) จาก Cl? De Peau Beaut?, ลิปสติก Longlasting Lipstick Nude

สี Don?t Stop The Nude (115 บาท) จาก Essence

 

จุดสนใจทั้งหมดของลุคนี้อยู่ที่ดวงตา

ซึ่งเพิ่มความเย้ายวนและน่าค้นหาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ยิ่งเมื่อจับคู่กับลิปสติกสีชมพูนู้ด ไม่ว่าใครได้เห็นเป็นต้องเหลียวหลัง

คอนเฟิร์ม!

 

5 นาทีแรก

ลงเมกอัพเบสสีชมพูให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้น

ตามด้วยลงรองพื้นสูตรน้ำเพื่อประหยัดเวลาในการเกลี่ย ปิดท้าย

ด้วยการลงแป้งฝุ่นแบบไร้สีเพื่อเซตรองพื้นให้ผิวแลดูไม่ฉ่ำวาวเกินไป

Tips : เพราะลุคนี้ความแน่นอยู่ที่ดวงตา

จึงขอให้เว้นการลงคอนซีเลอร์ใต้ตาไว้ก่อน

เมื่อแต่งตาเสร็จแล้วค่อยลงคอนซีเลอร์เพื่อช่วยเก็บรายละเอียดให้ดูเนี้ยบขึ้น

 

5 นาทีถัดมา

คีย์หลักของลุคอยู่ที่อายไลเนอร์เส้นกราฟิกสุดเก๋

แนะนำให้วาดตามทรงที่เหมาะกับรูปทรงดวงตา เช่น ถ้าตาดูเศร้า

ให้วาดแบบแคตอาย จะเพิ่มความเฉี่ยวได้อย่างดี

Tips : ใช้อายไลเนอร์เนื้อครีมกับแปรงหัวตัดเพื่อให้เส้นดูเนี้ยบแบบมือโปร แถมผลลัพธ์แบบแมตต์ยังทำให้ลุคนี้ดูทันสมัยได้สุดๆ

 

5 นาทีสุดท้าย

เพิ่มความละมุนให้ใบหน้าด้วยการปัดบลัชออนสีชมพูใสๆ เพื่อลดความดุดันลงสักนิด คู่กับการลงลิปสติกสีชมพูนู้ดเพียงบางเบา

Tips : ปัดบลัชออนบริเวณพวงแก้มด้านในเป็นวงกลม เพื่อให้ผิวดูระเรื่อเหมือนมีเลือดฝาด แลดูสุขภาพดี

 

Recommended Items : อายไลเนอร์เนื้อครีม Clay Pot Amazonian Clay

Waterproof Eyeliner (800 บาท) จาก Tarte, อายไลเนอร์เนื้อลิควิดแบบแมตต์

Grandi?se Liner (1,200 บาท) จาก Lanc?me, บลัชออน Lunasol Coloring Sheer

Cheeks สี Natural Pink (1,900 บาท) จาก Kanebo

 

เอาใจสาวๆ ที่อยากเปลี่ยนลุคให้ดูเปรี้ยวซ่า

โชว์ความมั่นใจแบบเต็มร้อยโดยไม่ต้องมีทักษะในการสร้างงานผิว

หรือคอนทัวร์ระดับเทพ

ขอแค่ลิปสติกสีสันสุดจี๊ดพร้อมเพิ่มกิมมิกเพียงเล็กน้อย

 

5 นาทีแรก

เริ่มต้นด้วยการลงทินต์มอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้การปกปิดจุดบกพร่องแบบพอประมาณ เผยผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ และแมตช์กับลิปสติกสีสด

Tips : สำหรับรอยคล้ำ รอยแดงต่างๆ ที่ยังหลงเหลือ ให้ลงคอนซีเลอร์ปกปิดแบบเฉพาะจุดและเกลี่ย ให้เรียบเนียน

 

5 นาทีถัดมา

ปล่อยดวงตาแบบเปลือยเปล่า เน้นงานคิ้วที่ดูเซอร์นิดๆ

โดยใช้มาสคาร่าสำหรับคิ้วสูตรมีสีเล็กน้อยปัดแค่พอให้ขนคิ้วดูเรียงตัวกันสวยงาม

จะได้ความ โมเดิร์นที่เข้ากับสีลิปสติกแบบพอดิบพอดี

Tips : เลือกใช้มาสคาร่าสำหรับคิ้วสูตรเจล เมื่อปัดลงบนคิ้วแล้วจะได้ผลลัพธ์ดูวาวนิดๆ ไม่แห้งแมตต์ คิ้วดูเด่นชัดขึ้น ไม่ดูหลอกตา

 

5 นาทีสุดท้าย

จุดสนใจหลักของลุคนี้อยู่ที่ลิปสติกสีแดงก่ำหรือแดงอมม่วงนิดๆ

แล้วแต่ชอบ โดยเพิ่มเทคนิคการไล่เฉดสีให้สีเข้มที่สุดอยู่บริเวณขอบปาก

สีอ่อนอยู่กึ่งกลางริมฝีปาก และทาลิปกลอสให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม

เป็นขั้นตอนปิดท้าย

Tips : แนะนำให้ใช้ลิปไลเนอร์สีเข้มลงบริเวณขอบปากแทนการใช้ลิปสติก จะได้สีที่ดูเนี้ยบขึ้น

 

Recommended Items : ทรีตเมนต์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของรองพื้นบางเบา

Naked Skin One & Done (1,500 บาท) จาก Urban Decay,

มาสคาร่าสำหรับคิ้ว Brow Gel (810 บาท) จาก Eyeko, ลิปสติก Rouge Allure

Velvet สี Rouge Audace (1,400 บาท) จาก Chanel, ลิปสติกเนื้อลิควิด

Tarteist Glossy Lip Paint สี Poison (920 บาท) จาก Tarte