แช่แข็งเวลาชีวิต ไขข้อข้องใจฝากไข่ได้นานแค่ไหนกัน ?

ยุคที่ผู้หญิงมีการศึกษา หน้าที่การงานที่ก้าวหน้า และต้องบริหารจัดการชีวิตที่ยุ่งเหยิง การตัดสินใจมีลูกจึงถูกเลื่อนออกไปเพื่อรอจังหวะที่ “พร้อมที่สุด” แต่เมื่อเวลาผ่านไป “คุณภาพของไข่” ก็ลดลงตามวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่การ ฝากไข่ (Egg Freezing) ได้กลายมาเป็นเทคโนโลยีแห่งความหวัง ที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถ “แช่แข็ง” โอกาสในการมีลูกไว้ในวันที่ร่างกายยังสมบูรณ์

คำถามสำคัญที่หลายคนกังวลคือ ฝากไข่ได้นานแค่ไหน ? คำตอบไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีการเก็บรักษาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ช่วงเวลา” ที่คุณควรตัดสินใจฝากไข่ด้วย บทความนี้จะเจาะลึก 3 ข้อสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนของการฝากไข่ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

1.ความคงทนทางเทคนิค ฝากไข่ได้นานแค่ไหนในระดับสิบปี ?

ข่าวดีคือในทางเทคนิคทางวิทยาศาสตร์นั้น ไข่ที่ถูกแช่แข็งด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Vitrification (การแช่แข็งแบบผลึกแก้ว) สามารถเก็บรักษาไว้ได้แทบจะ “ไม่มีกำหนด”

  • อุณหภูมิลดโอกาสเสียหาย: ไข่ที่ถูกนำไปแช่แข็งจะถูกเก็บไว้ในถังไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) ที่อุณหภูมิประมาณ $-196^{\circ}\text{C}$ (ลบ 196 องศาเซลเซียส) ที่อุณหภูมินี้ กิจกรรมทางชีวภาพทั้งหมดของเซลล์จะหยุดลงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ไข่ยังคงคุณภาพและความสมบูรณ์ไว้ได้เหมือนกับวันที่ถูกแช่แข็ง
  • มีเคสที่ใช้งานได้จริง: มีรายงานทางการแพทย์ถึงเคสที่ไข่ถูกนำมาใช้และเกิดการตั้งครรภ์สำเร็จหลังจากแช่แข็งไว้เป็นเวลามากกว่า 10-15 ปี ซึ่งยืนยันว่าอายุการเก็บรักษาไข่ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพของการปฏิสนธิเมื่อนำกลับมาใช้

ดังนั้นหากถามว่าฝากไข่ได้นานแค่ไหนในทางเทคนิค คำตอบคือหลายสิบปี แต่มีปัจจัยด้านกฎหมายและปัจจัยส่วนตัวที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย

2.กฎหมายและข้อจำกัดส่วนบุคคล: ไม่ใช่แค่เรื่องเวลา แต่เป็นเรื่อง “อายุ”

แม้ว่าไข่จะเก็บได้นานเท่าที่คุณจ่ายค่าบำรุงรักษา แต่กฎหมายของแต่ละประเทศมักกำหนด “อายุสูงสุด” ที่สามารถนำไข่มาใช้ในการตั้งครรภ์ได้

  • ข้อจำกัดทางกฎหมาย: ในบางประเทศ อาจมีการกำหนดอายุสูงสุดของหญิงที่สามารถใช้ไข่แช่แข็งเพื่อตั้งครรภ์ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรจะปลอดภัยต่อสุขภาพของมารดา
  • สุขภาพของร่างกาย: ที่สำคัญกว่าอายุของไข่ คือ “อายุของร่างกาย” (มดลูก) ของคุณเอง การตั้งครรภ์ในช่วงวัยที่เหมาะสม (เช่น ก่อนอายุ 50 ปี) ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่แพทย์แนะนำ ดังนั้นการวางแผนว่าจะนำไข่มาใช้เมื่อไหร่ จึงสำคัญกว่าการกังวลว่าฝากไข่ได้นานแค่ไหน

3.ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เมื่อ “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” มาบรรจบกัน

เพื่อให้การฝากไข่คุ้มค่าที่สุด คุณต้องฝากในช่วงที่ปริมาณของไข่ที่ได้มีจำนวนมากพอ และคุณภาพของไข่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

  • ก่อนอายุ 35 ปี: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการฝากไข่ คือก่อนอายุ 35 ปี เนื่องจากไข่ยังมีคุณภาพสูงและได้จำนวนต่อรอบการกระตุ้นที่มากพอ
  • การวางแผนครอบครัว: การตัดสินใจฝากไข่ควรรวมอยู่ในการวางแผนชีวิต เมื่อคุณทราบแน่ชัดว่ายังไม่พร้อมมีบุตรในอีก 3-5 ปีข้างหน้า การรีบฝากไข่ในช่วงที่อายุน้อยจึงเป็นการ “ซื้อประกัน” ทางชีวภาพที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอายุที่เพิ่มขึ้น

หลังได้ทราบคำตอบโดยประมาณแล้วว่าการฝากไข่ได้นานแค่ไหน ดังนั้น ผู้ที่สนใจก็ให้วางแผนให้ดี เพราะการฝากไข่คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยมอบทางเลือกให้กับอนาคตของตัวเอง และแม้ว่าไข่จะเก็บได้นานมาก แต่การวางแผนที่จะนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่ร่างกายยังแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึง