ระยะเวลายาวนานของความสัมพันธ์ อาจไม่มีผลต่อคนไม่รู้จักพอ!! เมื่อเธอไม่หยุดก็คงต้องปล่อย!!

 

ระยะเวลายาวนานของความสัมพันธ์ อาจไม่มีผลต่อคนไม่รู้จักพอ เมื่อความรักที่เธอให้ ต้องมาพร้อมกับความเคลือบแคลงสงสัยและระแวงอยู่ตลอดเวลา เป็น ปัญหาความรัก ที่น่าเหนื่อยใจ มีกันต่อไปก็ดี แต่ถ้าไม่มีจะดีกว่ามั้ย?

เรื่องรักปวดใจ! ตอน เมื่อเธอไม่หยุดก็คงต้องปล่อย

 

แรกรักวัยมัธยม

 

เอฟกับฉันรู้จักกันจากการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียน เจอหน้าก็ทักทาย เหมือนเป็นพี่น้องที่สนิทกันมากกว่า เพราะตอนนั้นเอฟมีแฟน และฉันเองก็เป็นประเภทเกลียดมือที่สามมาก แต่ในที่สุด เอฟกับแฟนก็เลิกกัน  เพราะแฟนของเอฟไปมีกิ๊ก ฉันเองก็ช่วยปลอบใจและให้คำแนะนำ เผื่อทั้งคู่จะกลับมาดีกันได้ จนเวลาผ่านไปสองสามเดือน เอฟบอกกับฉันว่าประทับใจและรู้สึกดีกับสิ่งที่ฉันทำให้เค้า และอยากคบกับฉัน หลังจากตัดสินใจอยู่สักพักเราจึงคบกัน

 

ตัดไม่ขาด

 

หลังจากตกลงคบกันเป็นแฟน เราก็คุยกันเหมือนเดิม อาจจะหวานขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวา เพราะต่างคนต่างก็รู้จักนิสัยใจคอกันดีแล้ว แต่ในที่สุดฉันก็จับได้ว่า เอฟยังแอบคุยกับแฟนเก่าอยู่ ต่างคนต่างตัดกันไม่ขาด โดยแฟนเก่าซึ่งก็เป็นรุ่นน้องในโรงเรียนของเรา จะมานั่งโต๊ะใกล้ๆ ฉันในช่วงพักกลางวัน และโทรศัพท์ให้ฉันเห็นทุกวัน เมื่อฉันลองโทรหาเอฟ ก็จะขึ้นเป็นสายไม่ว่างหรือสายซ้อนทุกครั้ง เวลาเลิกเรียน สองคนก็นั่งรถไปเดินห้างหรือเดินไปส่งกันเป็นประจำ ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงตัดสินใจบอกเลิกผ่านทางโทรศัพท์ โดยแฟนเก่าของเอฟก็อยู่ในสายด้วย

 

เจ้าชู้เป็นนิสัย จะทำอย่างไรก็ยังเจ้าชู้

 

วันต่อมา เอฟกลับมาหาฉันเพื่อบอกว่าเค้าปฏิเสธแฟนเก่าไปแล้ว และอยากขอโอกาสจากฉันอีกครั้ง ฉันตัดสินใจกับ ปัญหาความรัก ครั้งนี้อยู่เป็นเดือนๆ และระหว่างนั้นเอฟทำตัวดีมาก ก็เลยกลับไปคบกัน แน่นอนว่าคนเจ้าชู้ที่ฝังจนเป็นนิสัย จะทำอย่างไรก็ยังเจ้าชู้ เอฟกับแฟนเก่ายังคุยกันเหมือนเดิม แต่คุณน้องแฟนเก่าไม่ได้น่ารักอีกต่อไป เธอเริ่มใส่ร้ายใส่ความเอฟ ในที่สุดสองคนนี้ก็ต้องตัดขาดกันแบบเข้าหน้ากันไม่ติด และเอฟก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างจังหวัด

 

จับได้ก็หาว่าระแวง

 

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่ๆ เป็นเรื่องยากสำหรับเอฟ ฉันเองก็คอยให้กำลังใจและคุยกันอยู่ตลอด  จนเอฟปีสองและมีรุ่นน้อง ก็นั่นแหละ รุ่นน้องน่ารักๆ ย่อมเป็นที่สนใจของรุ่นพี่เป็นธรรมดา แต่เอฟอาจจะสนใจมากเป็นพิเศษ ถึงได้ตั้งสถานะใน msn คู่กันกับน้อง เมื่อฉันรวบรวมหลักฐานและจับได้แบบคาหนังคาเขา เอฟกลับบอกว่า ตอนแรกคุยกับรุ่นน้องคนนั้นจริง แต่ตอนหลังที่เห็นว่าจีบกันนั้น เขาดักฉันต่างหาก พร้อมกล่าวหาว่าฉันไม่ไว้ใจ ขี้ระแวง และคอยจับผิดเขาอยู่เสมอ กลายเป็นความผิดฉันอย่างเต็มประตู ด้วยความอัธยาศัยดี (เกินไป) ทำให้เอฟรู้จักรุ่นพี่รุ่นน้องมากมาย หลายๆ คนก็น่ารัก และดูท่าว่าจะชอบคารมของเอฟอยู่ไม่น้อย ฉันจึงมีเรื่องราวให้หึงหวงอยู่ตลอดเวลา เพราะเอฟเองก็ไม่ได้ทำตัวให้น่าไว้ใจเลย

 

เล่นของสูง

 

คดีสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของเอฟ คือความสัมพันธ์ของเขากับอาจารย์ ใช่ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์สาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่  ทุกคนต่างให้ความสนใจ เพราะอาจารย์มีอัธยาศัยดี และเพิ่งสอนเป็นปีแรก จึงสนิทสนมกับลูกศิษย์รุ่นแรกเป็นพิเศษ เอฟบอกฉันตามตรงว่ามีแผนอยากสนิทกับอาจารย์ เผื่อจะได้สิทธิพิเศษทางการศึกษาเล็กๆ น้อยๆ  ฉันค้านสุดตัว ไม่อยากให้เขาใช้ทางลัด และกลัวว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเลยเถิด

 

เมื่อลางสังหรณ์เป็นจริง

 

ลางสังหรณ์ที่แม่นยำของฉันไม่เคยทำงานผิด ความรู้สึกของอาจารย์เริ่มหยุดไม่อยู่ ล้นออกมาผ่านทางการตั้งสเตตัสและการลงรูปแบบเป็นปริศนา เรื่องราวค้างคากันอยู่เป็นปี ฉันคอยเก็บหลักฐานการเช็กอิน การอัพรูป รวมถึงการทักแชตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ซึ่งฉันล็อกอินเฝ้าไว้ตลอด และข้อความในแชตซึ่งหายไปบางข้อความให้จับใจความไม่ได้ แทบทุกครั้งที่ฉันมีคำถาม แทบทุกครั้งที่ฉันไม่พอใจ คำตอบที่ได้คือ เอฟรู้ว่าเอฟกำลังทำอะไรอยู่ เอฟคิดไว้หมดแล้ว และหากทะเลาะกัน คนผิดก็จะเป็นฉันที่รับผิดมาแบบงงๆ ทุกครั้งไป

 

ขุดคุ้ยจนได้เรื่อง

 

ความผิดที่งงที่สุด คงเป็นตอนที่ฉันจับได้ว่าเขาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับอาจารย์คนนั้น เอฟบอกว่า ในเมื่อเคลียร์กันแล้วว่าฉันจะเชื่อใจเขา ว่าเขาไม่ได้ไปกับอาจารย์สองคน (ใช่ค่ะ ในที่สุดก็ยอมรับว่าไปด้วยกันจริง) และจบคำถามเรื่องนี้ ฉันกลับมาเปิดคอมพิวเตอร์ของเขาดู ก็เจอรูปทั้งหมดที่ดูยังไงก็ไปสองคนชัดๆ แต่ฉันก็ผิด ผิดที่ไปขุดคุ้ยจนจับได้แน่นหนากว่าเดิม?รูปไปเที่ยวของอาจารย์ก็มีมาประปราย ไม่ว่าจะเป็นปาย ที่ฉันไม่เคยไป หรือสวนน้ำเปิดใหม่ที่เอฟบ่นว่าอยากไป รวมถึงสเตตัสมากมาย ทั้งอินเลิฟ ทั้งอกหัก จนฉันขอจบความสัมพันธ์ที่ยาวนานเกือบหกปีกับเขาในที่สุด

 

เหมือนจะจบแต่ไม่จบ

 

เอฟเที่ยวบอกเพื่อนๆ และใครต่อใครว่าพยายามง้อฉันอย่างถึงที่สุด แต่ฉันปฏิเสธเขาทุกครั้ง ทั้งที่ในความเป็นจริง แม้แต่แสดงออกว่าสนใจฉัน หรือดูเป็นคนอกหัก ยังไม่มีให้เห็นเลยสักครั้ง แม้แต่สเตตัสในเฟซบุ๊กก็ยังไม่มี จริงๆ แล้ววิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ฉันคงมองเขาในแง่ดีขึ้นได้ ก็แค่เลิกและตัดขาดกับอาจารย์ไป แต่ถึงขั้นที่อาจารย์ถ่ายรูปและเช็กอินอยู่บริเวณบ้านของเอฟที่จังหวัดบ้านเกิด เปอร์เซ็นต์ที่จะมองเขาในแง่ดี จากที่ติดลบอยู่แล้ว ก็ยิ่งลบลงไปอีกเป็นร้อย

 

ฟางเส้นสุดท้าย

 

ฟางเส้นสุดท้ายของสุดท้ายของฉันจบลง เมื่อเอฟขอพาฉันไปร้านอาหาร และเกิดโมโหขึ้นมาตอนขับรถ การเหยียบเบรกสลับกับคันเร่งอย่างแรงบนถนนที่รถหนาแน่นทำให้ฉันตกใจและกลัวมาก จนถึงร้าน เอฟก็ยังโมโหอยู่ ฉันเองอยากลุกกลับบ้านแต่ก็ไม่กล้า เพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรบ้างหากฉันทำให้เขาโกรธกว่าเดิม แต่แล้วเอฟก็เป็นฝ่ายลุกออกจากร้านไปเอง โดยฉันคอยมองตาม เตรียมจะหนีกลับบ้านเช่นกัน แต่จังหวะที่ฉันกำลังจะลุกจากร้าน เอฟก็กลับเข้ามา และแม้ฉันจะปฏิเสธเท่าไหร่ เอฟก็ยังยืนกรานจะขับรถพาฉันกลับบ้าน ฉันบอกเอฟว่าจะแวะห้างก่อนถึงบ้าน และทันทีที่เขาชะลอรถ ฉันก็เปิดประตูและรีบเดินหนีลงมาทันที ความสัมพันธ์ของเราจบลงอย่างสิ้นเชิงบนถนนวันนั้นเอง

 

เสียใจกับเธอด้วย

 

ปัจจุบันเอฟมีแฟนใหม่เป็นสาวน้อยมัธยม ซึ่งก็คุยกันตั้งแต่สมัยบอกว่าง้อฉันนี่แหละ แถมคบกันก่อนฉันจะมีแฟนใหม่เสียด้วยซ้ำ แต่บุคคลที่น่าสงสารไม่ใช่ฉันหรอก เป็นอาจารย์คนนั้น ที่แม้ฉันจะหลีกทางไปแล้ว ก็ยังอยู่ในตำแหน่งเป็นรองอยู่ดี อาจารย์ถูกตั้งค่าไม่ให้เห็นโพสต์ที่เขาจีบกับสาวน้อยคนใหม่  จนความแตกเมื่อเพื่อนๆ ของเอฟเองที่ทนไม่ไหวต้องบอกความจริงกับอาจารย์ เธอถึงกับเข้าโรงพยาบาลเพราะทานอะไรไม่ลง และทักแชตมาปรึกษากับฉัน เธอบอกว่า เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ฉันเจอเป็นอย่างไร น่าสงสารเป็นที่สุด