กระจ่างสักที !! ทำไมผู้คนมากมายจึงศรัทธา "พระธัมชโย" และ "วัดพระธรรมกาย" แบบยอมหมดตัวกันไปข้าง !

 

จากกระแสบุญจับกุม "พระธัมชโย" และปิดล้อม วัดพระธรรมกาย" วันนี้เราจะนำข้อมูลอีกด้านว่าทำไมผู้คนจึงศรัทธาใน "พระธัมชโย" และ "วัดพระธรรมกาย" กันอย่างมากมายมาให้ท่านได้รับทราบ โดยมี 7 เหตุผล ที่ดังนี้

 

1. การต้อนรับปฏิสันถาร

 

พระภิกษุที่วัดพระธรรมกายมีอัธยาศัยในการต้อนรับปฏิสันถารที่ดี มีบุคลิกลักษณะที่น่าเลื่อมใส แสดงธรรมโดยมีลำดับความและท่วงทำนองในการพูดให้เข้าใจธรรมะได้ดี จึงมีสาธุชนมาฟังธรรมและสมัครเข้าโครงการอบรมต่างๆ ทั่วประเทศไทยเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน

 

2. คำสอนของท่านเจ้าอาวาส

 

พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ท่านสอนด้วยถ้อยคำที่ง่ายต่อการฟัง การจำ การนำไปใช้ และทำให้ใจสงบสุขขึ้นได้จริง เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็ได้รับความเอ็นดูสั่งสอนอบรมจากพระเดชพระคุณหลวงพ่ออยู่เสมอ ไม่ใช่ต้อนรับแต่คนรวยๆ อย่างที่เข้าใจกันท่านให้เวลากับเด็กและเยาวชนไม่น้อยกว่าผู้ใหญ่ที่มาทำบุญ หลายคนได้ฟังหลวงพ่อธัมมชโยสอนธรรมะและให้กำลังใจตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบขวบ จึงยินดีเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งกว่านั้นบางท่านอุทิศตนบวชตั้งแต่เป็นสามเณร จนบัดนี้เป็นพระภิกษุที่ได้เปรียญธรรมสูงๆ จนถึงสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จำนวนมากที่สุดวัดหนึ่งในประเทศไทย นี่คือ ผลที่ได้จากคำสอนของท่าน ซึ่งมีใครบ้างที่จะอดทนในการพรำ่สอนศิษย์และดูแลงานของวัดที่ใหญ่โตในทุกๆ ด้านได้ดีถึงเพียงนี้

 

3.ได้กำลังใจในยามทุกข์

 

เพราะทุกคนได้กำลังใจในยามประสบปัญหา มีความทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วย ได้เห็นวิธีปฏิบัติสมาธิที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยสอน ทำให้ท่านเป็นที่พึ่งให้ตนเองได้ แม้ท่านเองเจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะที่ขาข้างหนึ่งบวมมากเป็นสิบปี แต่ท่านยังเดินตรงสง่างาม สามารถยืนหยัดทำงานหนักเพื่อพระศาสนาได้ตลอดมา มีคำพูดที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา มีรอยยิ้มที่ดูมีความสุขในธรรมอยู่เสมอ เมื่อตนเองมีอุปสรรคปัญหามารุมเร้าในชีวิต ก็ทำให้

 

4.วัดเป็นที่พึ่งให้ชุมชนในยามวิกฤติ

 

เพราะวัดพระธรรมกายเป็นที่พึ่งให้กับชุมชนรอบวัด จังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร ในช่วงแก้ไขเหตุการณ์น้ำท่วม ครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศไทยในรอบ 50 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้านการลงแรง การเสริมแนวทำนบกั้นน้ำ ป้องกันน้ำปริมาณมหาศาลไม่ให้เข้าไปทำลายเส้นทางกรุงเทพมหานคร มีการมอบถุงยังชีพ มอบอาหาร การส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เป็นที่พึ่งให้ประชาชนนับแสนครัวเรือน แม้แต่พระภิกษุสามเณรซึ่งไม่อยากจะให้ท่านมาลงแรง ในเรื่องที่ฆราวาสควรจะทำเองทั้งหมดเสียมากกว่า แต่ท่านก็อุตส่าห์ลงแรงมาช่วยบำบัดทุกข์ร้อนให้กับสาธุชนไปพร้อมๆ กับบรรดาอาสาสมัครทั้งหลาย ท่านนักเลงคีย์บอร์ดที่ช่วยกันพิมพ์ว่าวัดนี้ โดยเฉพาะที่มีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า หากไม่มีวัดพระธรรมกายในวันนั้น จะมีความเสียหายเพียงใด ขอเพียงท่านหยุดพิมพ์และหยุดคิดบ้างสักนิดก็ยังดี

 

5.ได้ร่วมใจกันสร้างพระเจดีย์

 

ผู้ที่มีศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีโอกาสได้ทำบุญสร้างพระพุทธรูปประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์ร่วม 1 ล้านองค์ เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่เกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งบางคนไปเรียกด้วยความไม่เคารพตามรูปร่างที่เห็นว่า ?จานบิน? ด้วยความสนุกปากตามๆ กันไป ถึงขั้นตัดต่อภาพให้ดูเป็นเช่นนั้น ซึ่งแท้จริงเป็นบาปกรรมที่ล้อเลียนพระเจดีย์ซึ่งเต็มไปด้วยพระพุทธรูปทั้งภายในและภายนอก มีผู้กราบไหว้ระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่ทุกวัน

 

6.ได้สละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่

 

เมื่อทุกคนได้เข้ามาช่วยงานที่วัดแล้ว ถึงทราบว่า ไม่ใช่วัดรวยหรือเอาเงินไปซื้อสวรรค์นิพพานอย่างที่พูดกัน ทุกคนต้องสละความสุขส่วนตัวที่เคยไปใช้ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์น้อยกว่า ลด ละ เลิกการเข้าหาอบายมุข มาทำเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรมมากขึ้น ทั้งเพื่อตนเองและส่วนรวม มีประโยชน์ไปถึงชาวต่างประเทศที่ปัจจุบันมีจำนวนนับแสนที่ได้ปฏิบัติธรรมตามแบบอย่างวัดพระธรรมกายได้ผลเป็นที่พิสูจน์ได้ตรงกันถ้าพูดว่าจะเอาความร่ำรวยหรูหราสะดวกสบายจริง หรือจะเอาเงินไปซื้อสวรรค์ น่าจะไปที่อื่นมากกว่า เห็นคนรวยๆ มีเงินเป็นพันล้าน หมื่นล้าน ก็มาใส่ชุดสีขาวเรียบๆ ถูพื้นลานวัดรวมกับสาธุชนอย่างทั่วๆไป ไม่ได้อวดโก้หรูอะไรใครมีที่แนะนำก็บอกพวกเขาด้วยว่าไปซื้อสวรรค์ได้ที่ไหน จะได้ลองบ้างว่าซื้อได้จริงหรือไม่ ความเสียสละของพวกเขานั้นมันเลยจุดนั้นไปแล้ว จะร่ำรวยมีสุขในสวรรค์ต่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่เรายังไม่เห็น ทุกวันนี้ไม่มีอะไรนอกจากความเห็นต่าง โดยเฉพาะการบัญญัติคำขึ้นมาจากสื่อหลายช่องทางที่ยัดเยียดให้ผู้คนได้รับรู้

 

7.การเจริญภาวนามีแบบแผนที่ชัดเจน

 

วิธีการปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาของวัดพระธรรมกาย ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านสอนนั้นมีความเป็นมาตรฐาน มีแบบแผนที่ชัดเจน มีวิธีการแก้ไขปัญหาตามระดับขั้นที่ได้ผลจริง คนหลักแสนจึงเจริญสมาธิภาวนาพร้อมกันได้ทุกงานบุญอย่างสงบเป็นปกติ รับรู้ผลการปฏิบัติธรรมได้ด้วยตนเอง ไม่ได้ฟังแล้วเชื่อตามคนอื่น เมื่อพระภิกษุสามเณรไปแสดงธรรมในที่ต่างๆ จึงมีความองอาจ แกล้วกล้า สอนได้ตรงกันในทุกที่ ทุกสถานผู้เขียนเคยเรียนปฏิบัติสมาธิมาหลากหลายรูปแบบ พบพระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมมาก็มากหลายสำนักเรียน เรียนสะกดจิตก็เรียนมาแล้ว เห็นคนถูกสะกดจิตมาแล้วว่าเป็นอย่างไร จึงทราบความแตกต่างดี ว่าไม่ใช่การสะกดจิตอย่างแน่นอน เพราะผู้เรียนถูกสอนให้มีสติสัมปชัญญะทุกขั้นตอน ไม่สอนให้โอ้อวด เน้นให้ฝึกหยุดนิ่งเฉย คือ เป็นอุเบกขา และไม่ปรุงแต่งไปเอง แล้วการเห็นแจ้ง ที่เรียกว่า วิปัสสนา ก็จะมีความบริสุทธิ์ ถูกต้องตามความเป็นจริง ไม่ได้เกิดจากการคิดไปเอง

 

ขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่เรียกร้องให้ทุกฝ่าย พิจารณาอย่างมีสติ ทำอย่างไรก็ได้ ให้สมานรอยร้าวของชาวพุทธ ตลอดจนผู้ที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนาก็ดี เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เข้าวัดที่ตนเองศรัทธาอย่างสบายใจ อาศัยความเข้าใจว่าทุกคนล้วนยังมีข้อบกพร่อง มีสิ่งใดที่เป็นบุญกุศลของตนก็ทำไป