รักคือการให้ ต้องให้อะไรถึงจะเหมาะสม

ใคร ๆ ก็บอกว่ารักคือการให้ แต่รู้ไหมทำไมยังทุกข์

คนที่จะเข้าใจว่าความรักคือการให้ ควรให้อะไร และควรให้อย่างไร ก่อนอื่นต้องรู้จักรักตัวเองก่อน

มาตรฐานความสุขของแต่ละคนต่างกัน บางคนได้ไปเที่ยวแล้วมีความสุข เข้าวัดไม่ได้เลย ทุกข์ เบื่อ

บางคนได้ไปวัดแล้วมีความสุข แต่ละคนมีมาตรวัดสุขต่าง แต่ที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ กิเลส

สมัยก่อน เวลาที่ครูบาอาจารย์บอกว่า จะช่วยคนอื่นต้องช่วยตัวเองให้ได้ก่อน จะเมตตาคนอื่นต้องเมตตาตนเองก่อน เหมือนคนจะช่วยคนจมน้ำ ถ้าเราว่ายน้ำไม่เป็น จะไปช่วยคนว่ายน้ำไม่เป็น มันตายทั้งคู่

ตอนนั้นหญิงก็ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้นักว่าหมายความว่าอย่างไร แต่พอภาวนาแล้วจึงเริ่มเข้าใจมากขึ้น

วันก่อนมีคนเขียนมาปรึกษาว่า เค้าทุกข์เพราะอีกฝ่ายเปลี่ยนไป หญิงตอบไปว่า คุณไม่ได้ทุกข์เพราะความรักนะ ไม่ได้ทุกข์เพราะรักอีกฝ่าย แต่คุณทุกข์เพราะยังรักไม่เป็น

เขาบอกว่าถ้ารักถือการให้ แปลว่า เขาต้องปล่อยอีกฝ่ายไป ทำเพื่อให้อีกฝ่ายมีความสุขใช่ไหม หญิงตอบไปว่าเรื่องนั้นยกไว้ก่อนก็ได้ สอนตนเองให้รู้จักรักตัวเองให้ถูกวิธีก่อน มาเข้าใจก่อนว่าทุกข์เพราะอะไร หาต้นเหตุในตัวเรานี่แหละ กิเลสตัวไหนที่ทำให้เราทุกข์ จะได้คำตอบที่คล้าย ๆ กันทุกคนว่า เราทุกข์เพราะอยากครอบครอง อยากให้คนรักเป็นอย่างใจ เมื่อเข้าใจปัญหาข้อแรกแล้วก็ตอบตัวเอง วิเคราะห์ตัวเองดูว่ามันเป็นไปได้ไหม เราครอบครองใครได้จริงไหม ต้องการสิ่งที่ขัดกับความจริงหรือเปล่า

ที่ให้หาสาเหตุแห่งทุกข์ก็เพราะว่า ถ้าเรายังไม่เข้าใจเหตุแห่งทุกข์ เราก็จะทุกข์เรื่อยไป จบเรื่องนี้ทุกข์เรื่องใหม่ ให้เห็นก่อนว่าเราทุกข์เพราะกิเลสอะไรในตัวเรา  การพยายามรักคนอื่นทั้งที่เราไม่เข้าใจความรักก็ได้แต่ทำตามความเชื่อคนอื่น ว่าเขาว่ากันว่าดี การให้ต้องให้เป็น เพราะเข้าใจเหตุแห่งทุกข์และสุขดีแล้ว วิธีที่จะเข้าใจได้ชัดที่สุดก็คือ เห็นด้วยตัวเองนี่แหละ

บอกว่าความรักคือการให้ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องตะบี้ตะบันให้ทุกสิ่งอย่าง ต้องดูด้วยว่าให้อะไรแล้วเขาจะเป็นสุข  เราให้สุขที่แท้จริง หรือให้สุขที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ เป็นการให้แบบพ่อแม่รังแกฉันหรือเปล่า คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องตามใจกิเลสอีกฝ่ายทุกอย่างนะ หากเด็กบอกว่าอยากกินขนมหวานอาบยาพิษ เพราะรักเราจึงต้องตามใจหรือ? แต่เพราะเราไม่รู้ว่าขนมหวานอะไรอาบยาพิษ เราจึงต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเองไง ถ้าเราเข้าใจธรรมะ เข้าใจว่า กิเลส ตัณหา ความไม่รู้เป็นเหตุแห่งทุกข์อย่างไรจริง ๆ เปลี่ยนตนเองจนใจเรามีความสงบสุข ด้วยปัญญาในธรรมแล้ว คนรอบตัวก็รู้สึกได้ แล้วเราก็ให้ความรักที่เป็นความเห็นที่ถูกให้คนอื่นต่อไปได้

ภาวนาดูให้เห็นของจริงว่า กิเลสหน้าตาเป็นอย่างไร ความยึดหน้าตาเป็นอย่างไร ทำอย่างไรยึดมากขึ้น ทำอย่างไรให้เกิดปัญญาคลายเหตุแห่งทุกข์ อย่าเพิ่งเพียงแต่นึกเดาเอา มารยากิเลสมันฉลาดที่สุดในโลก ไม่งั้นไม่สามารถหลอกเราให้เกิดในสังสารวัฎได้เนิ่นนานขนาดนี้หรอก

ถ้าเรายังทุกข์ แปลว่าเรายังรักตัวเองไม่เป็น เราไม่มีโอกาสที่จะชี้ให้คนอื่นเข้าใจตัวเขาเองได้เลยเช่นกัน

ส่วนที่ว่า ถ้าให้แล้วอีกฝ่ายไม่ต้องการรับควรทำอย่างไร ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่าที่อยากให้นี่เป็นความสุขของใคร?  เราต้องดูว่าคนรับเขามีความยินดีที่จะรับไหม หรือมีความทุกข์ไหม?

การที่เราไปผูกติดว่าเราอยากให้คนนี้ มันอาจเป็นไปได้ว่าเป็นกรรมที่เคยไปจองจำใครไว้ เลยต้องติดว่าเราต้องให้

ทางแก้คือ เราไม่ต้องยุ่งกับอีกฝ่าย ให้ตั้งเจตนาว่าเราอยากช่วยให้คนอื่นหลุดพ้นจากทุกข์เช่นนี้ พอเราตั้งใจช่วยคนที่เข้ามาให้เราช่วย พอทำถึงจุดหนึ่งที่เหตุใหม่ที่ดีมันสั่งสมจนพอแล้ว ใจเราจะหลุดจากความยึดอีกฝ่ายเอง