วิธีรับมือกับผู้ชายหลอกให้รักแล้วจากไป!!

ผู้ชายสมัยนี้ชอบเล่นเกม เข้ามาทำให้หวั่นไหวแล้วก็จากไป แต่นับจากนี้ไม่มันวันเสียละ ที่ผู้หญิงจะนั่งรอคอยคุณอีกต่อไป

แจ็กและเตยอยู่ในวัยยี่สิบตอนปลายกำลังดีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ ทั้งสองนัดพบกินข้าว ดูหนัง นั่งฟังเพลงด้วยกันมาแล้ว 3-4 ครั้ง ดูเป็นคู่ที่เหมาะสมทีเดียว เขาและเธอมีหลายสิ่งหลายอย่างตรงกัน ชอบออกกำลังกายทั้งคู่ แถมยังเข้าใจมุกตลกของอีกฝ่าย เวลาคุยกันแจ็กมักพูดเรื่องอนาคต เช่น เอ่ยว่าเดี๋ยวจะพาไปกินซูชิร้านอร่อย หรือชวนไปดูหนังรางวัลออสการ์ที่กำลังเข้าฉาย ดูเขาให้ความสำคัญกับเธออยู่ไม่น้อย จนเตยรู้สึกว่าคนนี้แหละใช่เลย เขาช่างอบอุ่น ใจดี มีอารมณ์ขัน ตรงสเป๊กเธอสุด ๆ แต่สุดท้ายก็เป็นเธอที่บ้าไปเอง... เพราะหลังจากนั้น แจ็กก็หายตัวไปอาทิตย์กว่า (ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุยกันทุกวัน) วันหนึ่งเขาส่งข้อความมาทักทายว่า ?สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไงบ้าง เสาร์-อาทิตย์นี้จะทำอะไรจ๊ะ?? แค่นั้น...

แล้วที่บอกว่าจะชวนไปกินซูชิ กุมมือ ดูหนังออสการ์ มันคืออารายยยย!

?ตอนเห็นข้อความรู้สึกโกรธผสมหงุดหงิดเหมือนตัวเองโดนทิ้งทุ่น? เตยระบายให้ฟัง และบอกว่า นี่คือฟางเส้นสุดท้ายระหว่างเธอกับเขา ผู้ชายโลเลแบบนี้เธอก็ไม่เก็บไว้เหมือนกัน หลังจากนั้นเธอจึงไม่คิดจะติดต่อกับแจ็กอีก และคงไม่ออกเดตกับใครพักใหญ่ (เพราะนี่ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ทำกับเธอแบบนี้) บอกตรง ๆ เสียเซลฟ์ม้ากกก

จากการวิเคราะห์ของเราพบว่า เหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้นกับชายหนุ่มที่ไม่ชอบการผูกมัด ดูใจกันไปก็เท่านั้นนับวันรอการเลิกราได้เลย ที่แย่คือปัจจุบันมีผู้ชายประเภทนี้เยอะมาก ผู้หญิงบางคนจึงเลือกที่จะอยู่นิ่ง ๆ ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป ปิดกั้นตัวเองแน่นหนากว่าเดิม ดูได้จากผลสำรวจผู้อ่านนิตยสาร Women?s Health ที่ว่าผู้หญิง 88% เคยยุติความสัมพันธ์กะทันหัน แถมในช่วงปีที่ผ่านมามีข้อความทวีตว่า #datingbreak หรือ #datinghiatus เป็นจำนวนกว่า 1.5 ล้านครั้ง

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เกิดจากรูปแบบความสัมพันธ์ของคนยุคปัจจุบันที่ล้ำสมัยและใจเร็วด่วนได้มากขึ้น ?การหาคู่ออนไลน์ทำให้คุณสามารถออกเดตนับสิบครั้งในสัปดาห์เดียว ถึงแม้คนที่ออกเดตด้วยไม่ตรงสเป๊กหรือดีเข้าขั้น? นี่คือคำวิเคราะห์ของนักบำบัดด้านความสัมพันธ์หรือเซ็กซ์

สรุปสั้น ๆ คือ กาแฟนับสิบร้อยถ้วยที่ดื่มไป ข้อความเป็นพันที่ส่งถึงกัน บวกรูปถ่ายที่แลกกันดูนับสิบอัลบั้ม การันตีไม่ได้ว่าความสัมพันธ์จะจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง

>> พอกันที แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาที่ควรหยุดเสียที ขอแนะนำให้ลองเช็คปฏิทินบนโต๊ะทำงาน ดูสิว่า มีกี่วันที่คุณนัดออกเดตกับผู้ชายที่รู้ตั้งแต่ต้นว่าไปกันไม่รอดแต่ก็ยังไปไหนมาไหนด้วย เพราะคิดว่าดีกว่านอนอยู่บ้านเฉย ๆ นั่นแหละคือสัญญาณอย่างหนึ่ง นักจิตวิทยาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า ?Hysterical Dating? ซึ่งพาไปสู่จุดจบที่ไม่สวยนัก แสดงให้เห็นถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใน เช่น ชีวิตนี้คงไม่มีใครเข้ามาอีกแล้ว! ฉันต้องอยู่อย่างเดียวดาย! ฉันไม่อยากขึ้นคาน! คุณหมอที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์เสริมว่า ?เวลาเห็นคนไข้รู้สึกแบบนี้ ดิฉันมักแนะนำให้เบรกความสัมพันธ์ไว้ชั่วคราวจนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ? รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสนิทด้วย คำแนะนำของคนกลางก็ช่วยให้คุณตาสว่างได้เหมือนกัน เช่น หากคุณบ่นกับเพื่อนบ่อย ๆ ว่า ทำไมเขาไม่โทรมา? คืนนี้จะโทรมาไหม? หรือทำไมไม่ตอบข้อความกลับ? มากกว่าจะพูดถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่ออกเดตกัน อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าคุณควรถอยหลังออกมาสักก้าว (ถ้าไม่แน่ใจลองถามเพื่อนสนิทเดี๋ยวนี้เลยก็ได้) อีกหนึ่งสิ่งยืนยันคือ คุณสแตนด์บายรอเขาตลอด 24 ชั่วโมง ?เวลาผู้ชายโทรมาชวนไปดูหนังตอนเย็นก็รีบตอบตกลง ทั้งที่ก่อนหน้านี้นัดกับครูสอนพีลาทิสไว้แล้ว เราเป็นแบบนี้ตลอด เพราะกลัวว่าปฏิเสธแล้วเขาจะไม่นัดเราอีก? เตยเล่าเรื่องของเธอ นอกจากนั้น (เรื่องนี้สาว ๆ อาจไม่เคยสังเกต) เวลาคนเราหน้ามืดตามัวกับการหาแฟน รังสีอมทุกข์สิ้นหวังจะแผ่ออกมาจนฝ่ายชายสัมผัสได้ ดังนั้นอย่ามัวหมกมุ่นกับการหาแฟนมากนัก ชิลล์ ๆ ทำใจสบาย ๆ คิดเสียว่าฉันสวยเลือกได้ แต่การมุ่งมั่นเป็นโสดอาจทำให้คุณเสียโอกาสเจอคนดี ๆ เลวร้ายสุดถึงขั้นไม่อยากมีใครอีกแล้ว ?เวลาเลิกราไม่ดูใจกับใคร คุณจะโฟกัสอยู่กับงานหรือธุระปะปังในชีวิตประจำวันจนลืมเรื่องรักเสียสนิท? ข้อนี้แอนเดรีย ไชร์แทช (Andrea Syrtash) เจ้าของหนังสือ It?s Okay to Sleep with Him on the First Date: And Every Other Rule of Dating Debunked เขียนเอาไว้ คุณอาจชินกับการอยู่คนเดียวจนคิดเองเออเองว่าคบกับใครก็คงไม่มีความสุข แม้ว่าใจจริงอยากมีแฟนใจจะขาด การกำหนดระยะดูใจจึงเป็นไอเดียที่ไม่เลว คนส่วนใหญ่มักกำหนดไว้ที่ 2 เดือนก่อนโบกมือบ๊ายบายถ้าความสัมพันธ์ยังไม่ไปไหน แต่หากคนที่คุณคบยุติเร็วกว่านั้นก็ไม่ต้องนอยด์ การเลิกราไม่เหมือนการกินยาลดความอ้วน ที่ยิ่งลดเร็วยิ่งน่ากลัว เพราะความรู้สึกเชื่อมโยงกับใครสักคนไม่ใช่เกิดขึ้นง่าย ๆ บางทีพอหยุดติดต่อสักระยะแต่คุณยังคงคิดถึงกันและกันอยู่ สุดท้ายก็รู้สึกว่าคนนี้แหละใช่สุดแล้ว

เวลาคนเราหน้ามืดตามัวกับการหาแฟน รังสีอมทุกข์สิ้นหวังจะแผ่ออกมาจนฝ่ายชายสัมผัสได้ ดังนั้นอย่ามัวหมกมุ่นกับการหาแฟนมากนัก ทำใจสบาย ๆ คิดเสียว่าฉันสวยเลือกได้?

>> สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง แน่ละ มีหนังสือเป็นร้อยเล่มที่เขียนเกี่ยวกับความรักหรือเทคนิคประคับประคองหัวใจ แต่เนื้อหาข้างล่างนี้คือคำแนะนำที่ออกจากปากผู้ชาย เป็นตัวของตัวเอง การห่างหายจากการออกเดต ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปล่อยเนื้อปล่อยตัว จงทำตัวเจิดเชิดใส่ไม่แคร์ ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ทำหน้า เข้าซาลอน หรือไปนวดตัวให้สุขสันต์ ไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนทุกเย็นวันศุกร์ นั่งสมาธิ หรือดูซีรีย์แบบมาราธอน หาคนปรึกษาที่ไว้ใจได้ อาจเป็นเพื่อนนักบำบัด หรือญาติสนิท เมื่อมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ คุณต้องการใครสักคนช่วยสะท้อนให้เห็นภาพความเป็นจริง ตัดสินว่าอะไรที่สำคัญ ใช้เวลานี้คิดทบทวนว่าผู้ชายประเภทไหนที่คุณต้องการ ลองลิสต์ 3 สิ่งสำคัญในตัวเขา อาจเป็นสิ่งที่ควรมี มีก็ดี หรือไม่จำเป็นเสมอไป จะได้ไม่เสียเวลาไปกับคนที่ไม่ใช่ ไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชาย การคบหาสมาคมกับเพื่อนผู้ชายช่วยให้คุณเข้าใจหนุ่ม ๆ มากยิ่งขึ้น

>> เรียกความมั่นใจกลับมา เอาล่ะ เมื่อพร้อมสำหรับการออกเดตครั้งต่อไป ควรปล่อยให้เป็นไปอย่างช้า ๆ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเหมือนวิ่งไล่จับ แทนที่จะทำอย่างนั้น ลองทำกิจกรรมเดิม ๆ ที่คุณชื่นชอบต่อไป เช่น วิ่งตอนเช้า เป็นอาสาสมัคร หรือเข้ากรุ๊ปทำกับข้าว เผื่อเจอคนที่มีความชอบเหมือนกัน หรือถ้ามีแต่ผู้หญิงก็ไม่เป็นไร รู้จักกันไว้จะได้ขยายวงสังคมเพื่อให้เจอคนใหม่ที่ถูกใจกว่า