14 ข้อคิดเก็บเงินสร้างครอบครัว วิธีคิดเรื่องค่าสินสอด

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้ามาถึงจุดหนึ่งที่คนสองคนต้องการสร้างครอบครัวด้วยการแต่งงาน แค่ความรักอย่างเดียวอาจไม่พอ จริงอยู่ที่หลายคนแย้งว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งงานก็คือความรัก แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเรื่องของครอบครัว ความเหมาะสม และจารีตประเพณี มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าทุกอย่างราบรื่น ชีวิตคู่ก็คงไม่มีปัญหา แต่ก็มีอีกหลายคู่ที่ต้องกุมขมับโดยเฉพาะเรื่องของสินสอดทองหมั้น แต่งงานทั้งทีควรมีค่าสินสอดเท่าไหร่? เป็นคำถามที่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องแอบคิดกันอยู่หลายตลบ จริงอยู่ที่ความรักตีค่าเป็นเงินไม่ได้ แต่ตามประเพณีเงินส่วนนี้ยังไงก็ต้องมี ขึ้นอยู่กับว่ามากหรือน้อย แต่ถ้าถามว่าเท่าไหร่เรื่องแบบนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้อาจจะต้องคำนวณจากปัจจัยหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของความพร้อมทางฝั่งเจ้าบ่าวและข้อเรียกร้องของทางฝั่งเจ้าสาว ยังมีเรื่องของหน้าตาของทั้งสองฝ่าย โดยสามารถคำนวณง่ายๆ จากปัจจัยดังนี้

1.รายได้ของทางเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

การเรียกค่าสินสอดส่วนใหญ่จะเป็นการเรียกที่คำนึงถึงความสมน้ำสมเนื้อ โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าฝ่ายชายมีรายได้มากก็จะมีความเต็มใจในการจ่ายค่าสินสอดให้ฝ่ายหญิงได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันถ้าฝ่ายหญิงมีรายได้มากก็ต้องการได้ค่าสินสอดมากขึ้นเช่นเดียวกัน

2.อายุของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

เรื่องของอายุก็มีความเกี่ยวข้องกับรายได้ ในกรณีที่เจ้าบ่าว เจ้าสาวอายุยังน้อย ซึ่งก็หมายความว่าเค้าอาจจะมีรายได้ยังไม่มากนัก และยังไม่สามารถหาเงินมากพอมาจ่ายค่าสินสอดแพงๆ ค่าสินสอดก็จะไม่มากเท่ากับคนที่มีรายได้มั่นคง และส่วนใหญ่คนที่มีรายได้มั่นคงก็จะเป็นคนในวัยทำงานหรืออายุวัยกลางคนเข้าไปแล้ว

3.ภูมิลำเนา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ก็มีแนวโน้มว่าค่าสินสอดจะแพงขึ้นตามค่าครองชีพไปด้วย

4.การศึกษา

เรื่องของการศึกษานั้นก็มีความเกี่ยวข้องกับรายได้ โดยเฉพาะถ้าทางฝั่งเจ้าสาวเรียนจบปริญญาตรีขึ้นไป ก็ไม่แปลกอะไรถ้าค่าสินสอดที่ควรจะให้จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

5.ตำแหน่งหน้าที่การงาน

ถึงจะบอกว่าเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดในการแต่งงาน แต่ยังไงเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของหน้าตาในสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญ การจ่ายค่าสินสอดให้สมน้ำสมเนื้อกับสถานะ ก็เหมือนเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิงไปในตัว

6.ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

ในกรณีที่ฝ่ายเจ้าสาวมีธุรกิจครอบครัวมีรายได้ที่มั่นคง เรื่องนี้อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่ถ้าฝ่ายเจ้าสาวมีพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดู และเป็นเสาหลักสำคัญของบ้าน ค่าสินสอดนี้ก็มีความจำเป็นสำหรับบ้านของฝ่ายเจ้าสาว

เรื่องของเงินสินสอดทองหมั้น บางคนอาจมองว่าค่อนข้างสูงและไม่จำเป็น แต่สิ่งนี้เป็นเหมือนกุศโลบายของคนในสมัยโบราณ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ่ายชายหนีการแต่งงาน แต่ในสมัยนี้สินสอดทองหมั้นอาจเป็นแค่เครื่องการันตีสำหรับครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาว ว่าฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นจะสามารถเลี้ยงดูลูกของเราได้ โดยเงินค่าสินสอดทองหมั้นนั้นอาจจะนำมาเป็นทุนในการเริ่มต้นชีวิตคู่โดยทางฝ่ายพ่อแม่ของเจ้าสาวอาจจะไม่ได้เก็บเงินสินสอดนั้นไว้เลยก็เป็นได้ เช่นการซื้อบ้านเพื่อเป็นเรือนหอ แต่สำหรับบางบ้าน เก็บค่าสินสอดนี้เป็นค่าน้ำนมแม่ หรือค่าเลี้ยงดู ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็แล้วแต่จะตกลงกัน ซึ่งตามปกติแล้วค่าสินสอดไม่ควรต่ำกว่า100,000 บาท

สำหรับเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจัดแจงเรื่องค่าสินสอด รวมไปถึงค่าเตรียมงานแต่งงาน งานหมั้น งานเลี้ยงแต่งงานหรืองานฉลองสมรส อันนี้ก็ต้องคิดแยกต่างหาก ซึ่งในปัจจุบันนี้ถ้าคิดจะแต่งงานแบบหรูหราอลังการ ขอบอกว่าเงินจำนวน 1 ล้านบาทก็เอาไม่อยู่! สำหรับคนที่คิดจะแต่งงานในเร็ววันนี้นอกจากค่าสินสอดที่จะต้องเตรียมแล้ว ยังมีค่าเตรียมงานแต่งงานและอื่นๆอีกจิปาถะ เช่น

7.ค่าชุดแต่งงาน

ยิ่งชุดหรูหรา มาจากแบรนด์ดังเท่าไหร่ก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น ชุดของฝ่ายเจ้าบ่าวยังไม่เท่าไหร่แต่ชุดของเจ้าสาวเนี่ยสิ ถ้าเป็นการเช่าชุดก็อาจอยู่แค่หลักหมื่นต้นๆ แต่ถ้าใครอยากได้หลายชุดและเป็นแบรนด์ดังด้วยแล้วพูดเลยว่าหลักแสนก็เอาไม่อยู่

8.ค่าทำการ์ดเชิญวันแต่งงาน

ค่าการ์ดเชิญวันแต่งงานโดยปกติแล้วจะมากกว่า 10 บาทต่อชิ้น ซึ่งเราก็จะได้การ์ดคุณภาพสวยงามตามราคาที่จ่าย การเลือกใช้กระดาษ การปั๊มนูน หรือถ้ามีลวดลายอะไรพิเศษก็ต้องแพงขึ้น

9.ค่าของชำร่วยวันแต่งงาน

ราคาก็มีตั้งแต่ 10 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ของเจ้าของงาน จะเป็นแบบซื้อสำเร็จ หรือว่าสั่งทำก็สุดแล้วแต่งบประมาณ

10.ค่าถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง

คนที่ต้องการรูปพรีเวดดิ้งสวยๆ เอาไว้โชว์ในวันแต่งงาน ก็ต้องไปจ้างสตูดิโอถ่ายภาพหรือบางทีก็อาจจะมี package รวมวิดีโอพรีเซนเทชั่นให้ด้วย ถ้าได้ช่างภาพหรือสตูดิโอที่รู้จักกันก็จะได้ราคาถูก แต่ถ้าเน้นคุณภาพก็ต้องจ้างมือโปรฯ แบบนี้ต้องเตรียมเงินเป็น100,000

11.ค่าช่างภาพในงานแต่งงาน

เมื่อมีรูปถ่ายพรีเวดดิ้งแล้ว ในงานแต่งงานก็ต้องมีช่างภาพเพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจ

อย่างที่บอกไว้ว่าถ้ารู้จักช่างภาพ หรือไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องภาพถ่ายอะไรมากนัก ค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ก็อาจจะไม่แพง แต่ถ้าต้องการแบบมือโปร บางบริษัทก็คิดราคาเป็นชั่วโมงขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา ว่าต้องการใช้บริการอะไรบ้าง ส่วนเรื่องราคานั้นก็อยู่ที่ 20,000 บาทขึ้นไป

12.ค่าเช่าและตกแต่งสถานที่สำหรับงานแต่งาน

ยิ่งงานแต่งงานถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรือสถานที่ชื่อดัง มีความหรูหรามากขึ้นเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น รวมไปถึงอุปกรณ์ตกแต่งภายในงาน ค่าดอกไม้ ค่าตกแต่งโต๊ะเก้าอี้ ทั้งหมดนี้รวมไปถึงพนักงานดูแลต้อนรับ อาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลัก 1,000 ไปจนถึงหลัก 100,000 เลยทีเดียว

13.ค่าแต่งหน้าทำผม

วันแต่งงานเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องดูสวยและหล่อที่สุด เพราะฉะนั้นเรื่องของลุคเสื้อผ้าหน้าผมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องคุยกับช่างให้ชัวร์ก่อนว่าจะจ้างให้แต่งหน้าเฉพาะช่วงเช้างานหมั้นหรือว่างานเลี้ยงตอนเย็นด้วย จะแต่งหน้าให้เฉพาะเจ้าสาวอย่างเดียวหรือรวมเจ้าบ่าวและแม่เจ้าสาวด้วย ช่างแต่งหน้าแต่ละคนจะมีราคาตั้งเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่แล้วก็จะอยู่ที่ 5,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าต้องการใช้ช่างแต่งหน้าชื่อดังก็เป็นหลักหมื่น

14.ค่าอาหารในงานแต่งงาน

ขึ้นอยู่กับว่าเราจัดงานอยู่ที่สถานที่ใด ตามปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อ 1 ท่าน แต่ถ้าเลือกเมนูพิเศษมีราคาแพง ราคาก็จะพุ่งสูงตามไป

 

อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มรู้สึกกลัวๆ ขึ้นมาบ้าง เพราะการสร้างครอบครัวใหม่ ด้วยการแต่งงานนั้นจำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้ามาอีกมากมาย เรื่องของค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้น หลังจากนี้ยังต้องมีอะไรอีกหลายอย่างถาโถมเข้ามา ทางที่ดีที่สุดก็คือการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาทุกอย่าง ด้วยการเก็บเงินไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือถ้าใครไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ขอแนะนำให้ไปอ่าน 14 ข้อคิดเก็บเงินสร้างครอบครัว เพื่อชีวิตคู่ อย่างน้อยเราก็ยังมีตัวช่วยกำหนดทิศทาง ในการเตรียมตัวก่อนการสร้างครอบครัว เรื่องแบบนี้ต้องคิดให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นหากผิดพลาดอะไรไป ไม่เพียงแค่ตัวเราเท่านั้นแต่มันจะกระทบไปถึงคนที่เรารักด้วย