6 วิธีรับมือ หากแฟนชอบทำอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่น

เคยสงสัยไหมว่าทำไมความรักของคู่คุณถึงได้ไม่เหมือนคู่อื่น ๆ แต่ก็ยังอยู่กันได้ แถมลงตัวในทุกด้าน ผลการสำรวจคู่รักจำนวน 70, 000 คู่ หลังสอบถามถึงพฤติกรรมบนเตียงและมุมมองเรื่องความรัก ผลลัพธ์ที่ได้นั้นทำเอาเราอึ้ง ทึ่ง เสียวอยู่ไม่น้อย ต่อไปจะได้หมดข้อสงสัยกันเสียทีว่า เวลาคู่อื่น ๆ เขาทะเลาะ จูบปาก หรือมีเซ็กซ์กัน จะเหมือนหรือต่างจากสิ่งที่เราทำอย่างไร คำตอบที่ได้นำมาวิเคราะห์เป็นตัวเลข ก่อนสรุปออกมาเป็น 6 ประเด็นสำคัญที่คนรักเป็นกันทั่วโลก

1. แฟนหล่อไม่พอ!

เรื่องนี้ปกติม้ากมาก เพราะทั้งผู้หญิงและผู้ชายจำนวนมากกว่าสามในสิบต่างอยากให้คู่รักของตนดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ง่าย ๆ ลองสร้างความประทับใจให้เขาด้วยการสวมชุดนอนเซ็กซี่สุด ๆ โดยที่คุณอาจกระซิบบอกให้เขาเล่นด้วย คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยปฏิเสธเพราะมันช่วยรักษาระดับความตื่นเต้นเร้าใจในความสัมพันธ์ คริสซาน่า นอร์ธรับ (Chrisanna Northrup) เจ้าของศูนย์สุขภาพในซานฟรานซิสโก กล่าว หากอีกฝ่ายไม่เล่นด้วย ลองหยอดคำพูดหวาน ๆ ว่าเขาดูดีสุด ๆ ในเชิ้ตสีฟ้าตัวนั้นที่คุณซื้อให้ ผู้ชายบ้ายอจะตาย เขาชอบเวลามีสาว ๆ มาติดกับ

2. มีเซ็กซ์พิลึกกึกกือ

ไม่ใช่เรื่องน่าอายถ้าคุณจะมีพฤติกรรมทางเพศแตกต่างจากคนอื่น หรือพิลึกพิลั่นแบบที่เห็นในหนังอีโรติกชื่อดัง เพราะทั้งผู้ชายและผู้หญิง 86 เปอร์เซ็นต์ ต่างยอมรับความคิดที่จะหาของเล่นมาใช้บนเตียง และมากกว่าครึ่งยอมรับว่าพวกเขามีอยู่แล้วด้วยซ้ำไป เอาสิถ้าคุณทั้งสองยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางเพศกับเซ็กซ์ทอยมาก่อน แต่อยากลองดูสักตั้ง ใบเบิกทางสู่เส้นทางนี้ก็คือ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจ รวมถึงสนุกกับเซ็กซ์ให้เต็มที่ จีน ฟิตซ์แพทริก (Jean Fitzpatrick) นักให้คำปรึกษาด้านความสัมพันธ์และนักจิตวิทยาในนิวยอร์กแนะนำว่า เริ่มจากพูดคุยว่าสิ่งไหนกระตุ้นอารมณ์หรือดับไฟรักซะสนิท เซ็กซ์แฟนตาซีที่ชอบ หลังจากนั้นค่อยสร้างบรรยากาศในห้องนอนด้วยเสียงเพลง หรือหรี่แสงเล็กน้อยสร้างบรรยากาศเซ็กซี่อาจทำนอกสถานที่ เช่น ห้องครัวหรือระเบียงส่วนตัว ไม่ก็ลองนวดอโรมาให้กันด้วยไวเบรเตอร์ขนาดพอดีมือ ก่อนจะพัฒนาไปสู่ของเล่นที่จริงจังกว่านี้ อย่างไวเบรเตอร์กระตุ้นจีสปอต หรือไม่ก็พวกเครื่องพันธนาการต่าง ๆ

3. นอยด์ ๆๆๆ

อย่าคิดว่าคุณมักประสาทแตกและนอยด์เกินเหตุ เพราะเอาเข้าจริงมีเพียง 39% เท่านั้นที่เชื่อใจคนรัก แต่สาว ๆ ก็มีเหตุผลที่ดี เพราะผู้ชาย 69 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า เขาอาจมีเซ็กซ์กับคนอื่นหากมีใครมาเสนอตัว อย่าสงสัยหรือจับผิดไปหมดทุกเรื่อง คุณหมอแกรี่ ลีแวนดาสกี จูเนียร์ (Gary W. Lewandowaski) ผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาของ Monmouth University กล่าว หากอยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร ลองแย็บถามตอนดูหนังดูละครด้วยกัน ทำนองสอบถามความคิดเห็นเล่น ๆ ไม่มี้ไม่มีอะไรจริง ๆ (แต่ในใจนี่ลุ้นระทึกว่าอีกฝ่ายจะพูดอย่างไร) เช่น คุณว่าพระเอกหลอกฟันหรือเปล่า แล้วลองซักไซ้แบบเนียน ๆ ว่าทำไมเขาถึงนอกใจแฟนสาวแสนดีได้ลงคอ วิธีนี้ช่วยสะท้อนความคิดของอีกฝ่ายที่อาจคิดหรือทำกับคุณ เช่น ผมก็อาจไปเที่ยวแล้วหิ้วผู้หญิงกลับบ้าน ถ้าเบื่อเซ็กซ์กับคนเดิม ๆ การสื่อสารหรือหมั่นเช็กความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจเขามากขึ้น รวมถึงทำให้ความรักของคุณทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

4. ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายหาเงินได้เท่าไร

80% ของคนที่มีชีวิตคู่แฮปปี้สุด ๆ รู้ว่าอีกฝ่ายมีเงินเดือนเท่าไร คู่รักที่มีการสื่อสารที่ดีต้องพูดเรื่องเงิน คุณหมอโจน ดี. แอตวู้ด (Joan D. Atwood) ยืนยันอีกเสียง สิ่งที่คุณเก็บเงียบไม่ให้อีกฝ่ายรู้สามารถทำร้ายความสัมพันธ์ แม้แต่ความลับเรื่องเงิน คุณหมอโจนเสริมว่า หากคู่แต่งงานหรือคนรักอยากเริ่มพูดคุยเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ลองให้แต่ละฝ่ายลิสต์แยกเป็น 3 รายการ ได้แก่ 1.สินทรัพย์ส่วนตัว 2. หนี้สินหรือเงินที่ต้องผ่อนจ่าย และ 3. เงินเก็บ จากนั้นแลกกันอ่าน การรับรู้เรื่องเงินของอีกฝ่ายช่วยคุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะรับมือกับมันอย่างไร

5. เรียกกันเห่ยๆ

ดีแล้วละ เพราะคนรัก 79% ยอมรับว่าชื่อเห่ยแล้วไง มันเรื่องของคนกำลังมีความรัก แหงละว่า คนภายนอกต้องคิดว่าชื่อที่คุณเรียกกันเพียงสองคนนั้นเห่ยหรือเฉิ่มบรมแต่สำหรับคู่รักแล้ว การตั้งชื่อให้กันมีข้อดีมากกว่านั้น ทำให้ช่วงเวลาปกติระหว่างวันกลายเป็นห้วงเวลาสุดพิเศษ ฉันไม่เคยมีชื่อเรียกเฉพาะกับสามี คริสซาน่าเล่าให้ฟัง แต่หลังจากนั้นเธอเรียกสามีว่า หวานใจ แรก ๆ ก็ลำบากหน่อย แต่มันช่วยให้รู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษและรู้สึกถึงความรัก และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการจากความรัก ถ้าคุณยังไม่กล้า ลองเรียกกันเล่น ๆ ในไลน์หรือวอทส์แอพก่อน ไม่งั้นก็เขียนลงท้ายอีเมลล์

6. ขอเลิกตลอด

ทั้งหญิงและชาย 37% ต่างยอมรับว่า การเคยจินตนาการว่าทิ้งอีกฝ่ายไป หากไม่ตลอดเวลาก็บ่อยครั้ง ส่วน 33% คิดบ้างเป็นบางคราว เป็นเรื่องปกติถ้าหากคนเราคิดว่าจะเป็นอย่างไรหนอถ้าไม่มีเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นดังหวัง แต่แทนที่จะบอกเลิกเขาทันทีที่อีกฝ่ายทำผิดเรื่องเดิม ๆ ลองสังเกตปฏิกิริยาทางกายของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ใจเต้นแรง ตัวร้อนผ่าว หรือร้อนรุ่มอย่างรุนแรงไหม หากเป็นทุกอย่างที่ว่ามา ให้คุณหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วอยู่นิ่ง ๆ ตั้งสติ หายใจเข้าลึก ๆ อาศัยเคล็ดลับแบบเซนเข้าช่วย จนรู้สึกว่าตัวเองกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากนั้นค่อยวิเคราะห์ด้วยใจเป็นกลาง บางทีเขาอาจไม่ได้ตั้งใจหรือไม่คิดว่าคุณจะซีเรียสกับการกระทำของเขาขนาดนั้น คุณเองไม่ได้เปิดปากบอกว่ามันทำให้คุณรู้สึกแย่ หวังว่าเขาจะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง แล้วมันคุ้มไหมกับการต้องเสียคนรักไปกับเรื่องเล็กน้อย