ฮือฮา! หนุ่มเอเจนซีอสังหาริมทรัพย์ เมืองคอน แก้บนหัวหมู 100 หัว ไข่ไก่ 999 ฟอง "ทวดปู่ชี"

ฮือฮา! หนุ่มเอเจนซีอสังหาริมทรัพย์ เมืองคอน แก้บนหัวหมู 100 หัว ไข่ไก่ 999 ฟอง "ทวดปู่ชี" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชาวปากพนัง หลังประสบความสำเร็จทำงานเพียง 6 เดือน สร้างรายได้ถึง 7 หลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 1 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของ นายรัฐภัทร์ ปานมั่น อายุ 40 ปี และ คุณแม่เหี้ยง ปานมั่น อายุ 84 ปี พร้อมกับญาติและชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คน ร่วมร้องรำหน้ากลองยาวขบวนแห่แก้บนหัวหมู 100 หัว ไข่ไก่ 999 ฟอง และเครื่องเซ่นไหว้ ที่นายรัฐภัทร์ และคุณแม่เหี้ยง เตรียมมาแก้บนทวดปู่ชี

หลังบนบานที่ศาลาทวดปู่ชี ขอให้ประสบความสำเร็จหน้าที่การงาน ปัจจุบันตนประกอบอาชีพเป็นเอเจนซี่ด้านอสังหาริมทรัพย์เพียง 6 เดือนเท่านั้น สามารถสร้างรายได้หลักล้านบาท ทำให้บรรยากาศขบวนแห่แก้บนหัวหมู 100 หัว เป็นไปอย่างคึกคัก สร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจจากชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยมีชาวบ้านคนใดแก้บนด้วยหัวหมูมากถึง 100 หัว

นายรัฐภัทร์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพค้าขายส่งไข่ไก่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบพบปะผู้คน จึงมีโอกาสเข้ามาทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นเอเจนซีประมาณ 6 ? 7 เดือน ก็สามารถสร้างรายได้หลักล้านบาท อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ตนได้บนบานศาลกล่าวกับทวดปู่ชี ที่วัดพิบูลยาราม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษของตนให้ความเคารพนับถือ ว่าหากตนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตนจะแก้บนถวายหัวหมู 100 หัว ไข่ไก่ 999 ฟอง รวมทั้งเครื่องเซ่นไหว้ และรับกลองยาวรำถวายหน้าศาลาทวดปู่ชี ภายหลังตนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตนจึงประกอบพิธีแก้บนด้วยหัวหมู 100 หัว ไข่ไก่ 999 ฟอง ตามที่ตนบนบานไว้

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของคุณแม่หี้ยง ซึ่งมีอายุครบ 84 ปี ส่วนหัวหมู 100 หัว และไข่ไก่ 999 ฟอง หลังเสร็จพิธีแก้บนทวดปู่ชี ตนจะแบ่งให้กับชาวบ้านที่ยากไร้ที่มีฐานะยากจน ตามงานบำเพ็ญกุศลศพ และตามวัดต่างๆ ในอำเภอปากพนัง เพื่อนำหัวหมูไปประกอบอาหารรับประทาน นอกจากนี้ตนยังถวายงานทำบุญให้กับวัดจำนวนหนึ่งด้วย

นายรัฐภัทร์ กล่าวอีกว่า วัดพิบูลยาราม เป็นวัดใกล้บ้าน ตั้งแต่จำความได้ จนอายุ 40 ปี วัดยังคงมีสภาพที่เก่าทรุดโทรมเช่นเดิม ก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัด จะใช้ศาลาโรงธรรมเป็นสถานที่ทำบุญประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนทางเข้าวัดชาวบ้าน ต้องลุยถนนลูกรังผ่านป่าหญ้าที่รก ทำให้ชาวบ้านหลายราย จึงไม่ค่อยอยากมาทำบุญที่วัด เนื่องจากการเดินทางลำบาก ประกอบกับศาลาโรงธรรม ที่มีสภาพเก่าไม่สามารถบังแดด บังลม บังฝนได้ จากนั้นทางวัดพิบูลยาราม ได้มีการก่อสร้างโบสถ์และประตูทางเข้าวัด แต่การก่อสร้างโบสถ์และประตูทางเข้า หยุดชะงัก ตนและชาวบ้าน ไม่ทราบว่าเช่นกันว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร ทำไมการก่อสร้างจึงไม่ดำเนินการให้เสร็จ

ปัจจุบันโบสถ์หลังใหม่ที่มีการก่อสร้างยกพื้นสูงสองชั้น เพื่อหนีน้ำท่วม ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทั้งประตู หน้าต่าง พื้นโบสถ์ ชาวบ้านที่มาทำบุญต้องหลบหนีสายฝน และแสงแดดที่สาดส่องส่องเข้าไปถึงในโบสถ์ ส่วนประตูทางเข้าวัดมีการขึ้นโครงแบบนี้มานานมากแล้ว บ่อยครั้งที่โครงไม้ก่อสร้างประตูทางเข้าวัด ตกหล่นใส่ศีรษะชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บ ตนและชาวบ้าน จึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยเร่งดำเนินการก่อสร้างโบสถ์และประตูทางเข้าวัดให้แล้วเสร็จ